เงื่อนไขและข้อตกลงการให้บริการ Terms of Service (ToS)
บริษัท วีพี อินโฟเทค จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ VisperHost.Net และ/หรือ VisperHost (ต่อไปในเอกสารนี้เรียกว่า “ผู้ให้บริการ” หรือ “บริษัท”) ได้กำหนดเงื่อนไขและข้อตกลงการใช้บริการฉบับนี้ขึ้น เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างผู้ให้บริการกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่เข้าถึง สมัครใช้บริการ สั่งซื้อ ใช้งาน หรือได้รับบริการจากผู้ให้บริการ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม (ต่อไปเรียกว่า “ผู้ใช้บริการ”)
ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ “ผู้ใช้บริการ” หมายถึง บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลใด ๆ ที่เข้าถึง สมัครสมาชิก สมัครใช้บริการ สั่งซื้อ ใช้งาน ผ่านเว็บไซต์ ระบบ หรือช่องทางอื่นใดของผู้ให้บริการ
การสมัครใช้บริการ การเข้าถึง การใช้งาน หรือการดำเนินการใด ๆ ผ่านระบบหรือเว็บไซต์ https://client.visperhost.net (ต่อไปเรียกว่า “เว็บไซต์”) ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน ทำความเข้าใจ รับทราบ และตกลงผูกพันตามเงื่อนไขและข้อตกลงการใช้บริการฉบับนี้ รวมถึงนโยบาย ระเบียบ ประกาศ หรือข้อกำหนดอื่นใดที่ผู้ให้บริการอาจกำหนดเพิ่มเติมหรือแก้ไขเป็นครั้งคราว โดยมีรายละเอียดดังต่อไป
1. การยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข
การเข้าถึง การใช้งาน การสมัครสมาชิก การสั่งซื้อบริการ หรือการดำเนินการใด ๆ ผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน ทำความเข้าใจ และตกลงที่จะผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ รวมถึงนโยบาย ประกาศ และข้อกำหนดอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนดหรือแก้ไขเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว
หากผู้ใช้บริการไม่ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ผู้ใช้บริการต้องยุติการเข้าถึงและการใช้งานเว็บไซต์หรือบริการของผู้ให้บริการโดยทันที ทั้งนี้ การใช้งานเว็บไซต์หรือบริการอย่างต่อเนื่องให้ถือเป็นการยอมรับและตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว
ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือยกเลิกข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ได้ทุกเมื่อ โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านทางเว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร ทั้งนี้ การที่ผู้ใช้บริการยังคงเข้าถึงหรือใช้บริการภายหลังจากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้ยอมรับและตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว
2. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ให้บริการ
VisperHost.Net ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท วีพี อินโฟเทค จำกัด เป็นผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันสำหรับการให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบริการ Virtual Private Server (VPS), Web Hosting, Dedicated Server, Cloud Hosting ตลอดจนบริการและโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ ประมวลผล และเผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ผู้ให้บริการดำเนินการให้บริการโดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการใช้งานของผู้ใช้บริการตามเงื่อนไขและขอบเขตการให้บริการที่กำหนดไว้ในเว็บไซต์หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3. ข้อตกลงการให้บริการของ VisperHost.Net
3.1 ประเภทของบริการ
ผู้ให้บริการให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบริการดังต่อไปนี้
3.1.1 บริการ Cloud VPS
3.1.2 บริการ Cloud VPS Forex
3.1.3 บริการ Web Hosting
3.1.4 บริการ Reseller Hosting
3.1.5 บริการ Dedicated Server
3.1.6 บริการ Game Hosting
3.1.7 บริการจดทะเบียนชื่อโดเมน (Domain Registration)
3.1.8 บริการโอนย้ายชื่อโดเมน (Domain Transfer)
3.1.9 การจำหน่ายสิทธิการใช้งานซอฟต์แวร์ (Software License)
3.1.10 บริการ Colocation
ทั้งนี้ รายละเอียด ขอบเขต คุณสมบัติ และเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริการให้เป็นไปตามที่ผู้ให้บริการประกาศหรือกำหนดไว้บนเว็บไซต์ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3.2 การใช้บริการโดยชอบด้วยกฎหมาย
ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะใช้บริการของผู้ให้บริการโดยชอบด้วยกฎหมาย และจะไม่ใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธ ระงับ หรือยกเลิกการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการที่มีพฤติการณ์หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการใช้บริการในลักษณะดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
4. การสำรองข้อมูล (Backup)
แม้ว่าผู้ให้บริการอาจจัดให้มีบริการสำรองข้อมูล (Backup Service) ไม่ว่าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก็ตาม ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่าบริการดังกล่าวเป็นเพียงบริการเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการเท่านั้น
ผู้ใช้บริการมีหน้าที่รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการสำรองข้อมูล โปรแกรม ฐานข้อมูล และข้อมูลสำคัญทั้งหมดของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และต้องตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลสำรองดังกล่าวด้วยตนเอง
ผู้ให้บริการไม่รับประกันว่าการสำรองข้อมูลจะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง สมบูรณ์ ปราศจากข้อผิดพลาด หรือสามารถกู้คืนข้อมูลได้ครบถ้วนในทุกกรณี
ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญหาย ความเสียหาย การสูญเสียข้อมูล การสูญเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือความเสียหายทางอ้อมใด ๆ อันเกิดจากการสูญหาย ความเสียหาย หรือความไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ
5. การจำหน่ายหรือให้บริการต่อ (Resale of Services)
ผู้ให้บริการอนุญาตให้ผู้ใช้บริการนำบริการไปจำหน่าย ให้เช่า อนุญาตให้ใช้ หรือให้บริการต่อแก่บุคคลภายนอกได้ เฉพาะบริการที่ผู้ให้บริการกำหนดหรือประกาศว่าอนุญาตให้จำหน่ายหรือให้บริการต่อได้ (“บริการขายต่อ”) เท่านั้น
ในข้อกำหนดฉบับนี้ “ผู้รับบริการต่อ” หมายถึง บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือองค์กรใด ๆ ที่ได้รับบริการจากผู้ใช้บริการ อันเกิดจากการที่ผู้ใช้บริการนำบริการของผู้ให้บริการไปจำหน่าย ให้เช่า อนุญาตให้ใช้ หรือให้บริการต่อ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ ผู้รับบริการต่อไม่ถือเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ให้บริการ และไม่มีสิทธิเรียกร้อง รับบริการ หรือบังคับตามสัญญาใด ๆ ต่อผู้ให้บริการ เว้นแต่ผู้ให้บริการจะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการนำบริการไปจำหน่ายหรือให้บริการต่อ ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งาน การให้การสนับสนุนทางเทคนิคเบื้องต้น การเรียกเก็บค่าบริการ การรับเรื่องร้องเรียน และการติดต่อประสานงานกับผู้รับบริการต่อ
การขอรับการสนับสนุนทางเทคนิค การแจ้งปัญหา หรือการติดต่อเกี่ยวกับบริการต่อผู้ให้บริการ จะต้องดำเนินการโดยผู้ใช้บริการซึ่งเป็นคู่สัญญากับผู้ให้บริการ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากผู้ใช้บริการเท่านั้น ผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่ให้บริการ สนับสนุน หรือให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รับบริการต่อโดยตรง
ผู้ใช้บริการยังคงต้องรับผิดชอบต่อการใช้งานบริการทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใต้บัญชีของตน รวมถึงการกระทำของผู้รับบริการต่อ ผู้ใช้งาน ผู้รับโอนสิทธิ พนักงาน ตัวแทน หรือบุคคลใด ๆ ที่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงหรือใช้บริการจากผู้ใช้บริการ เสมือนเป็นการกระทำของผู้ใช้บริการเอง
ผู้ใช้บริการต้องจัดให้ผู้รับบริการต่อปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ด้วย
หากผู้รับบริการต่อหรือบุคคลดังกล่าวกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ ผู้ให้บริการมีสิทธิใช้มาตรการตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้ รวมถึงการระงับการให้บริการ ระงับบัญชีผู้ใช้ หรือยกเลิกบริการทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันที โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการหรือผู้รับบริการต่อ
6. การใช้งานที่ต้องห้าม (Acceptable Use Policy)
ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะไม่นำบริการของผู้ให้บริการไปใช้ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ หรือความต่อเนื่องในการให้บริการของผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการรายอื่น หรือบุคคลภายนอก
ผู้ใช้บริการจะต้องไม่ใช้ทรัพยากรของระบบเกินกว่าขอบเขตการใช้งานปกติ หรือในลักษณะที่ก่อให้เกิดภาระต่อระบบอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้งาน CPU, Memory, Storage, Disk I/O, Network, Port, Process หรือ Bandwidth ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ ความปลอดภัย หรือการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการรายอื่น
การใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(ก) เผยแพร่ จัดเก็บ ส่งต่อ หรือให้บริการข้อมูล เนื้อหา สินค้า บริการ หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการพนันที่ผิดกฎหมาย ยาเสพติด การฟอกเงิน การฉ้อโกง การสนับสนุนการก่อการร้าย หรือการกระทำความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(ข) เผยแพร่ จัดเก็บ หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จ หมิ่นประมาท ข่มขู่ คุกคาม ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น
(ค) ละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ความลับทางการค้า หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นของบุคคลใด รวมถึงการเผยแพร่หรือให้บริการซอฟต์แวร์เถื่อน โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์ หรือข้อมูลที่ละเมิดกฎหมาย
(ง) ส่งอีเมลขยะ (Spam) อีเมลจำนวนมากโดยไม่ได้รับความยินยอม (Unsolicited Bulk Email) หรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเครือข่าย ระบบ หรือหมายเลข IP Address ของผู้ให้บริการ
(จ) เผยแพร่ จัดเก็บ ติดตั้ง หรือให้บริการโปรแกรมไวรัส มัลแวร์ โทรจัน แรนซัมแวร์ สปายแวร์ Backdoor Botnet หรือซอฟต์แวร์อื่นใดที่ออกแบบมาเพื่อก่อให้เกิดความเสียหาย เข้าถึงระบบโดยมิชอบ หรือหลีกเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัย
(ฉ) เข้าถึง พยายามเข้าถึง ทดสอบ เจาะระบบ สแกนช่องโหว่ ดักรับข้อมูล (Sniffing) ดักจับข้อมูลรับส่ง (Packet Capture) หรือแทรกแซงระบบ เครือข่าย หรือบริการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้ง
(ช) ใช้บริการเพื่อดำเนินการ สนับสนุน หรือเกี่ยวข้องกับการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย เช่น DDoS, DoS, Brute Force, Phishing, Spoofing, Credential Stuffing, Botnet หรือกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน
(ซ) ใช้บริการเพื่อดำเนินการหรือสนับสนุนระบบ Peer-to-Peer (P2P), Torrent Tracker, File Sharing Network, Torrent Client, TorrentFlux หรือบริการอื่นใดที่ผู้ให้บริการเห็นว่าอาจก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรระบบอย่างไม่เหมาะสม หรือก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัย หรือเสถียรภาพของระบบ
(ฌ) ใช้บริการเพื่อเก็บรวบรวม เปิดเผย ซื้อขาย โอน หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือโดยไม่มีสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย
(ญ) ใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ปลอมแปลงข้อมูล สร้างบัญชีผู้ใช้หลายบัญชี หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด มาตรการรักษาความปลอดภัย หรือข้อกำหนดของผู้ให้บริการ
(ฎ) กระทำการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ความรับผิด ความเสี่ยงทางกฎหมาย หรือความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้ให้บริการ ระบบเครือข่าย ผู้ใช้บริการรายอื่น หรือบุคคลภายนอก
ผู้ใช้บริการเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อข้อมูล เนื้อหา โปรแกรม ระบบ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือกิจกรรมใด ๆ ที่จัดเก็บ เผยแพร่ หรือดำเนินการผ่านบริการของผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม หรือรับรองความถูกต้อง ความเหมาะสม หรือความชอบด้วยกฎหมายของข้อมูลดังกล่าว
ผู้ให้บริการมีสิทธิ แต่ไม่มีหน้าที่ ในการตรวจสอบ ระงับการเข้าถึง ลบ ปิดกั้น จำกัดทรัพยากร ย้ายระบบ ระงับบัญชีผู้ใช้ หรือดำเนินการอื่นใดตามสมควร หากผู้ให้บริการเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ใช้บริการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ให้บริการ บุคคลภายนอก หรือระบบเครือข่าย
ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนข้อกำหนดในข้อนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับหรือยกเลิกบริการทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และผู้ใช้บริการยังคงต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ค่าใช้จ่าย ค่าปรับ ค่าทนายความ หรือความรับผิดทางกฎหมายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าว
ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ศาล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย ในการเปิดเผยข้อมูล ส่งมอบข้อมูล หรือดำเนินการใด ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
7. บัญชีผู้ใช้และความปลอดภัย
7.1 การลงทะเบียนบัญชี
การสมัครใช้บริการของผู้ให้บริการอาจกำหนดให้ผู้ใช้บริการต้องจัดทำบัญชีผู้ใช้ (Account) โดยให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน รวมถึงข้อมูลที่ผู้ให้บริการร้องขอเพื่อการยืนยันตัวตน การติดต่อ และการให้บริการ
ผู้ใช้บริการรับรองว่าข้อมูลที่ให้แก่ผู้ให้บริการเป็นความจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และไม่เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอก
7.2 การรักษาความปลอดภัยของบัญชี
ผู้ใช้บริการมีหน้าที่รักษาความลับของชื่อผู้ใช้งาน (Username) รหัสผ่าน (Password) รหัสยืนยันตัวตน (Authentication Credentials) และข้อมูลการเข้าถึงบัญชีทั้งหมด รวมถึงต้องดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
การกระทำ การใช้งาน คำสั่ง หรือธุรกรรมใด ๆ ที่ดำเนินการผ่านบัญชีของผู้ใช้บริการ ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ใช้บริการเอง เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะพิสูจน์ได้ว่าการใช้งานดังกล่าวเกิดจากความบกพร่องของระบบที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ
7.3 การแจ้งการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต
หากผู้ใช้บริการทราบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบัญชี รหัสผ่าน หรือข้อมูลการเข้าถึงบัญชีของตนถูกเปิดเผย สูญหาย ถูกโจรกรรม หรือถูกใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบโดยทันที และดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่นตามสมควร
7.4 สิทธิในการตรวจสอบ ระงับ และยกเลิกบัญชี
ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับ จำกัดการใช้งาน ปฏิเสธการให้บริการ หรือยกเลิกบัญชีผู้ใช้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ หากปรากฏข้อเท็จจริงหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า
(ก) ผู้ใช้บริการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่เป็นปัจจุบัน
(ข) ผู้ใช้บริการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้
(ค) ผู้ใช้บริการใช้บริการในลักษณะที่ผิดกฎหมาย หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการรายอื่น หรือบุคคลภายนอก
(ง) ผู้ใช้บริการกระทำการใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย เสถียรภาพ หรือการให้บริการของระบบ
(จ) ผู้ให้บริการได้รับคำสั่งจากหน่วยงานของรัฐ ศาล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการอาจดำเนินการดังกล่าวได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีที่มีเหตุเร่งด่วน เหตุด้านความปลอดภัย หรือกรณีที่ผู้ให้บริการเห็นว่าการแจ้งล่วงหน้าอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบหรือบุคคลอื่น
7.5 ความรับผิดชอบต่อบัญชีผู้ใช้
ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบต่อการใช้งานทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใต้บัญชีของตน รวมถึงการกระทำของพนักงาน ตัวแทน ผู้รับบริการต่อ ผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลใด ๆ ที่ผู้ใช้บริการอนุญาตให้เข้าถึงหรือใช้งานบริการ
8. สิทธิการใช้งานเว็บไซต์และทรัพย์สินทางปัญญา
8.1 ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ผู้ให้บริการมอบสิทธิแบบจำกัด ไม่ผูกขาด ไม่สามารถโอนสิทธิได้ และสามารถเพิกถอนได้ ในการเข้าถึงและใช้งานเว็บไซต์ ระบบ และบริการของผู้ให้บริการ เพื่อวัตถุประสงค์ตามปกติของการใช้บริการเท่านั้น
8.2 เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า โลโก้ ซอฟต์แวร์ ระบบ เอกสาร คู่มือ ข้อมูล รูปภาพ ข้อความ การออกแบบ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดที่ปรากฏบนเว็บไซต์หรือเกี่ยวข้องกับบริการ (รวมเรียกว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา”) เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้บริการหรือเจ้าของสิทธิที่เกี่ยวข้อง และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้บังคับ
8.3 ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะไม่คัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ จำหน่าย ให้เช่า อนุญาตให้ใช้ วิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) ถอดรหัส (Decompile) แยกส่วน (Disassemble) หรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ให้บริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้บริการล่วงหน้า
8.4 ผู้ใช้บริการจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่อาจรบกวน กระทบต่อ หรือก่อให้เกิดภาระต่อเว็บไซต์ ระบบ หรือโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการ รวมถึงการใช้โปรแกรมอัตโนมัติ โปรแกรมรวบรวมข้อมูล (Crawler), Robot, Spider, Scraper หรือเทคโนโลยีอื่นใดเพื่อเข้าถึง ดึงข้อมูล หรือคัดลอกข้อมูลจากเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้บริการ เว้นแต่เป็นการเข้าถึงโดยระบบค้นหามาตรฐานที่ได้รับอนุญาตโดยทั่วไป
8.5 ผู้ใช้บริการอาจสร้างลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของผู้ให้บริการได้ โดยต้องไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจว่าผู้ให้บริการให้การรับรอง สนับสนุน หรือมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของผู้ใช้บริการ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
8.6 ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการแก้ไข ปรับปรุง ระงับ หรือยกเลิกเว็บไซต์ ระบบ หรือบริการทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทุกเมื่อ โดยผู้ให้บริการจะไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการดำเนินการดังกล่าว เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
9. การแจ้งเตือนการชำระเงินและการหมดอายุของบริการ
9.1 ผู้ให้บริการอาจส่งการแจ้งเตือนการชำระค่าบริการล่วงหน้าก่อนวันครบกำหนดชำระผ่านทางอีเมล ระบบลูกค้า หรือช่องทางการติดต่อที่ผู้ใช้บริการได้แจ้งไว้ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบสถานะบริการ กำหนดชำระค่าบริการ และข้อมูลการติดต่อของตนเองให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยการไม่ได้รับการแจ้งเตือนไม่ถือเป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการพ้นจากหน้าที่ในการชำระค่าบริการ
9.2 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการได้เลือกใช้ระบบต่ออายุบริการอัตโนมัติ (Auto-Renewal) หรือได้ให้ความยินยอมให้ผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าบริการผ่านช่องทางการชำระเงินที่รองรับ ผู้ให้บริการอาจดำเนินการเรียกเก็บค่าบริการก่อนวันครบกำหนดต่ออายุบริการตามระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการชำระเงิน ความเพียงพอของวงเงิน หรือยอดคงเหลือที่ใช้สำหรับการชำระค่าบริการด้วยตนเอง
9.3 หากการเรียกเก็บค่าบริการผ่านระบบต่ออายุอัตโนมัติไม่สำเร็จ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้ให้บริการอาจดำเนินการเรียกเก็บเงินซ้ำ ส่งการแจ้งเตือน หรือระงับการให้บริการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ได้ ทั้งนี้ การที่การเรียกเก็บเงินอัตโนมัติไม่สำเร็จไม่เป็นเหตุให้ผู้ใช้บริการพ้นจากหน้าที่ในการชำระค่าบริการ
9.4 ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกบริการหรือปิดการต่ออายุอัตโนมัติผ่านระบบลูกค้า หรือช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนดได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ การยกเลิกดังกล่าวจะไม่มีผลเป็นการคืนค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่ได้ชำระไปแล้ว เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในนโยบายการคืนเงินของผู้ให้บริการ และไม่กระทบต่อค่าบริการหรือภาระผูกพันใด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การยกเลิกมีผล
9.5 หากผู้ใช้บริการไม่ชำระค่าบริการภายในกำหนด ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันที หรือภายในระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพิ่มเติม
9.6 ภายหลังการหมดอายุ การยกเลิก หรือการระงับบริการ ผู้ให้บริการอาจเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการไว้เป็นระยะเวลาหนึ่งตามนโยบายภายในของผู้ให้บริการ เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการระบบ ความมั่นคงปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเหตุผลทางธุรกิจอื่นตามสมควร ทั้งนี้ ผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวตลอดไป และอาจดำเนินการลบข้อมูลทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อใดก็ได้
10. ข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement)
10.1 คำมั่นระดับความพร้อมใช้งาน (Uptime Commitment)
ผู้ให้บริการกำหนดข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) โดยรับรองความพร้อมใช้งานของบริการ (Uptime) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.9 (99.9%) ต่อเดือนปฏิทิน สำหรับบริการที่อยู่ภายใต้ SLA ได้แก่ บริการตามข้อ 3.1.1, 3.1.2, 3.1.3, 3.1.4, 3.1.5, 3.1.6 และบริการอื่นใดที่ผู้ให้บริการประกาศเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ
บริการตามข้อ 3.1.7, 3.1.8, 3.1.9 และ 3.1.10 รวมถึงบริการอื่นที่มีลักษณะเป็นการจดทะเบียน การโอนย้าย การจำหน่ายสิทธิการใช้งาน หรือบริการที่ผู้ให้บริการมิได้มีอำนาจควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมด ไม่อยู่ภายใต้การรับรอง Uptime ตามข้อนี้ เว้นแต่ผู้ให้บริการจะประกาศกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้ Uptime จะคำนวณจากระยะเวลาที่บริการสามารถใช้งานได้จริงเทียบกับระยะเวลารวมทั้งหมดในรอบเดือนปฏิทินนั้น ภายใต้เงื่อนไข ข้อยกเว้น และข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในข้อตกลงระดับการให้บริการฉบับนี้
สูตรการคำนวณ
Uptime (%) = ((เวลารวมทั้งหมด – เวลาที่บริการไม่พร้อมใช้งาน) ÷ เวลารวมทั้งหมด) × 100
การคำนวณ Uptime การวัดระยะเวลาที่บริการไม่พร้อมใช้งาน การจัดประเภทเหตุการณ์ที่อยู่ภายใต้หรือได้รับยกเว้นจาก SLA รวมถึงการพิจารณาสิทธิในการได้รับเครดิตชดเชย ให้เป็นไปตามข้อมูลบันทึกระบบ (System Logs) และข้อมูลทางเทคนิคของผู้ให้บริการ ซึ่งให้ถือเป็นข้อมูลอ้างอิงหลัก เว้นแต่ผู้ใช้บริการจะแสดงหลักฐานเป็นอย่างอื่นได้
ผู้ให้บริการสงวนสิทธิในการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณ Uptime หลักเกณฑ์การวัดผล หรือรายละเอียดของ SLA ตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่มีผลย้อนหลังต่อสิทธิที่เกิดขึ้นก่อนวันที่มีการเปลี่ยนแปลง
10.2 ข้อยกเว้นในการคำนวณ SLA
ระยะเวลาที่บริการไม่พร้อมใช้งานในกรณีดังต่อไปนี้ จะไม่นำมาคำนวณเป็นเวลาหยุดให้บริการ (Downtime) ภายใต้ SLA
(ก) การบำรุงรักษาระบบตามกำหนดการ (Scheduled Maintenance) หรือการบำรุงรักษาฉุกเฉิน (Emergency Maintenance) ที่ผู้ให้บริการได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าตามสมควร หรือแจ้งภายหลังโดยเร็วในกรณีฉุกเฉิน
(ข) เหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ได้แก่ เหตุการณ์หรือสถานการณ์ใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยสมเหตุสมผลของผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการไม่อาจป้องกัน หลีกเลี่ยง หรือแก้ไขได้ แม้ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภัยธรรมชาติ พายุ อุทกภัย อัคคีภัย ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด โรคระบาดหรือภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข สงคราม การรุกราน การก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม การจลาจล ความไม่สงบทางการเมือง การประท้วง การหยุดงาน การปิดล้อม คำสั่ง ข้อกำหนด หรือมาตรการของหน่วยงานรัฐ ตลอดจนเหตุการณ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและอยู่นอกเหนือการควบคุมโดยสมเหตุสมผลของผู้ให้บริการ
(ค) ความผิดพลาด การกระทำ หรือละเว้นการกระทำของผู้ใช้บริการ ผู้รับบริการต่อ หรือบุคคลที่ผู้ใช้บริการอนุญาตให้เข้าถึงบริการ รวมถึงการกำหนดค่าระบบที่ไม่ถูกต้อง การติดตั้งซอฟต์แวร์ที่มีปัญหา การใช้ทรัพยากรเกินขอบเขตที่กำหนด หรือการใช้งานที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ
(ง) ความขัดข้อง การหยุดให้บริการ หรือการเสื่อมประสิทธิภาพของระบบ เครือข่าย หรือบริการของบุคคลภายนอก ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ให้บริการ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ผู้ให้บริการ DNS ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้ให้บริการไฟฟ้า หรือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานรายอื่น
(จ) การโจมตีทางไซเบอร์ การโจมตีแบบ DDoS การแพร่ระบาดของมัลแวร์ แรนซัมแวร์ การเข้าถึงระบบโดยมิชอบ หรือเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยสมเหตุสมผลของผู้ให้บริการ หรือเกินกว่ามาตรฐานการป้องกันที่ผู้ให้บริการจัดให้มีตามสมควร
(ฉ) การระงับ จำกัด หรือปิดการให้บริการอันเป็นผลจากการที่ผู้ใช้บริการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ หรือเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบ ความมั่นคงปลอดภัย หรือผู้ใช้บริการรายอื่น
10.3 การขยายระยะเวลาการใช้บริการชดเชย (Service Extension)
หากผู้ให้บริการไม่สามารถรักษาระดับ Uptime ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 10.1 ได้ และความขัดข้องดังกล่าวเกิดจากระบบหรือการดำเนินงานของผู้ให้บริการเอง ผู้ใช้บริการมีสิทธิได้รับการขยายระยะเวลาการใช้บริการของบริการที่ได้รับผลกระทบแทนการได้รับเครดิตชดเชย
ระยะเวลาการขยายอายุบริการจะคำนวณจากระยะเวลาที่บริการไม่พร้อมใช้งาน (Downtime) ที่อยู่ภายใต้ SLA โดยผู้ให้บริการจะขยายอายุบริการให้เป็นจำนวน 2 เท่าของระยะเวลาที่บริการไม่พร้อมใช้งานดังกล่าว
ในการคำนวณระยะเวลาการขยายอายุบริการ หากมีเศษของวันหรือเศษของชั่วโมงไม่ว่าจำนวนเท่าใด ให้ปัดขึ้นและนับเป็น 1 (หนึ่ง) วันเต็ม
ตัวอย่างการคำนวณ
บริการไม่พร้อมใช้งาน 1 ชั่วโมง ขยายอายุบริการ 2 วัน
บริการไม่พร้อมใช้งาน 12 ชั่วโมง ขยายอายุบริการ 2 วัน
บริการไม่พร้อมใช้งาน 1 วัน ขยายอายุบริการ 2 วัน
บริการไม่พร้อมใช้งาน 1 วัน 3 ชั่วโมง ขยายอายุบริการ 4 วัน
10.4 วิธีการขอรับการขยายระยะเวลาการใช้บริการชดเชย
ผู้ใช้บริการต้องยื่นคำร้องขอรับการขยายระยะเวลาการใช้บริการชดเชยภายใน 15 (สิบห้า) วันปฏิทินนับแต่วันสิ้นสุดรอบเดือนที่เกิดเหตุ ผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด พร้อมระบุรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(ก) ชื่อบัญชีผู้ใช้หรือหมายเลขลูกค้า
(ข) บริการที่ได้รับผลกระทบ
(ค) วัน เวลา และรายละเอียดของเหตุขัดข้อง
ผู้ให้บริการจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลตามสมควร และหากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ใช้บริการมีสิทธิได้รับการขยายระยะเวลาการใช้บริการชดเชย ผู้ให้บริการจะดำเนินการขยายวันหมดอายุของบริการที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ 10.3 ภายในระยะเวลาอันสมควร
สิทธิในการได้รับการขยายระยะเวลาการใช้บริการชดเชยตามข้อนี้เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ใช้บริการ ไม่สามารถโอน เปลี่ยนแปลง แลกเปลี่ยน หรือขอรับเป็นเงินสด เครดิตเงินคืน หรือค่าชดเชยในรูปแบบอื่นได้
11. การรับทราบลักษณะของบริการ การรับประกัน และข้อจำกัดความรับผิด
11.1 ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า บริการโฮสติ้ง เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ซอฟต์แวร์ และบริการเทคโนโลยีสารสนเทศทุกประเภท อาจเกิดความขัดข้อง ความล่าช้า การหยุดชะงัก ความผิดพลาด หรือเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดหมายได้เป็นครั้งคราว อันเป็นลักษณะปกติของการให้บริการทางเทคโนโลยี
11.2 ผู้ให้บริการจะใช้ความระมัดระวังตามสมควรและตามมาตรฐานวิชาชีพในการให้บริการและดูแลระบบ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการรับทราบว่า ผู้ให้บริการไม่สามารถรับประกันได้ว่าบริการจะสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ปราศจากข้อผิดพลาด ปราศจากการหยุดชะงัก หรือปราศจากความเสี่ยงด้านเทคนิคทุกประการ
11.3 เว้นแต่ที่กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement – SLA) หรือที่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น บริการทั้งหมดให้บริการในลักษณะ “ตามสภาพ” (As-Is) และ “ตามที่มีอยู่” (As-Available)
11.4 ผู้ใช้บริการมีหน้าที่รับผิดชอบในการสำรองข้อมูล การดูแลความปลอดภัยของข้อมูล การกำหนดค่าระบบ และการใช้งานบริการให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดฉบับนี้ ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบต่อการสูญหาย ความเสียหาย หรือความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล เว้นแต่จะเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ
11.5 ภายในขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายที่เป็นผลสืบเนื่อง การสูญเสียกำไร รายได้ โอกาสทางธุรกิจ ชื่อเสียงทางการค้า การสูญเสียลูกค้า หรือการสูญเสียข้อมูล อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้หรือไม่สามารถใช้บริการได้ เว้นแต่จะเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ
11.6 ในกรณีที่ผู้ให้บริการต้องรับผิดตามกฎหมายไม่ว่าด้วยเหตุใด ความรับผิดรวมสูงสุดของผู้ให้บริการต่อผู้ใช้บริการรายหนึ่งรายใด จะไม่เกินจำนวนค่าบริการที่ผู้ใช้บริการได้ชำระจริงสำหรับบริการที่เป็นเหตุแห่งการเรียกร้องในช่วง 3 เดือนปฏิทินก่อนวันที่เกิดเหตุแห่งการเรียกร้องนั้น
11.7 ผู้ใช้บริการตกลงว่า การขยายระยะเวลาการใช้บริการชดเชยตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) ถือเป็นการเยียวยาแต่เพียงอย่างเดียว (Exclusive Remedy) สำหรับกรณีที่บริการไม่เป็นไปตามระดับการให้บริการที่ผู้ให้บริการรับประกันไว้ ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าขาดประโยชน์ ค่าเสียโอกาส หรือค่าเสียหายอื่นใดอันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการที่บริการไม่เป็นไปตาม SLA นอกเหนือจากสิทธิในการได้รับการขยายระยะเวลาการใช้บริการชดเชยดังกล่าว
ทั้งนี้ ข้อจำกัดสิทธิตามวรรคก่อนจะไม่ใช้บังคับในกรณีที่ความเสียหายเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ หรือในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยไม่อาจตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดได้
12. นโยบายการคืนเงิน (Refund Policy)
12.1 หลักการทั่วไป
ผู้ให้บริการไม่มีนโยบายคืนค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่ผู้ใช้บริการได้ชำระแล้ว เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ หรือผู้ให้บริการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษตามดุลพินิจของผู้ให้บริการ
12.2 กรณีที่อาจได้รับการพิจารณาคืนเงิน
ผู้ใช้บริการอาจได้รับการพิจารณาคืนเงินเป็นรายกรณี หากผู้ให้บริการไม่สามารถให้บริการได้ตามสาระสำคัญของข้อตกลงนี้ อันเกิดจากความผิดของผู้ให้บริการเอง และผู้ให้บริการไม่สามารถแก้ไขหรือเยียวยาปัญหาดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาอันสมควร
12.3 กรณีที่ไม่มีสิทธิขอคืนเงิน
ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิขอคืนเงินในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) ผู้ใช้บริการเปลี่ยนใจ ไม่ประสงค์ใช้บริการต่อ หรือยกเลิกบริการด้วยเหตุผลส่วนตัว
(ข) ผู้ใช้บริการไม่ได้ใช้งานบริการ หรือใช้งานบริการไม่เต็มระยะเวลาที่ซื้อไว้
(ค) ผู้ให้บริการระงับ จำกัด หรือยกเลิกบริการอันเป็นผลจากการที่ผู้ใช้บริการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ
(ง) เหตุขัดข้องที่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นของ SLA หรือเหตุสุดวิสัยตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนี้
(จ) ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนชื่อโดเมน ค่าธรรมเนียมการโอนย้ายชื่อโดเมน ค่าซอฟต์แวร์ ค่าลิขสิทธิ์ หรือค่าบริการอื่นใดที่ผู้ให้บริการได้ชำระให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว
12.4 วิธีการขอคืนเงิน
ผู้ใช้บริการต้องยื่นคำร้องขอคืนเงินผ่านช่องทางอีเมล [email protected] หรือ Line Official Account @visperhost พร้อมรายละเอียดและหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 30 (สามสิบ) วันนับแต่วันที่เกิดเหตุ หากพ้นกำหนดดังกล่าวให้ถือว่าผู้ใช้บริการสละสิทธิในการขอคืนเงินสำหรับเหตุนั้น
12.5 การพิจารณาคืนเงิน
ผู้ให้บริการจะพิจารณาคำร้องขอคืนเงินโดยสุจริตตามข้อเท็จจริง หลักฐาน และข้อกำหนดในข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งนี้ การอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอคืนเงินให้เป็นไปตามดุลพินิจของผู้ให้บริการภายใต้หลักเกณฑ์ที่สมเหตุสมผล
12.6 จำนวนเงินคืน
ในกรณีที่ผู้ให้บริการอนุมัติการคืนเงิน จำนวนเงินคืนสูงสุดจะไม่เกินค่าบริการที่ผู้ใช้บริการได้ชำระไว้สำหรับบริการและช่วงระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งนี้ ไม่รวมค่าธรรมเนียมธุรกรรม ค่าธรรมเนียมบุคคลภายนอก ภาษี ค่าจดทะเบียนชื่อโดเมน ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่ผู้ให้บริการได้ชำระหรือมีภาระผูกพันไปแล้ว
12.7 ความสัมพันธ์กับ SLA
การขยายระยะเวลาการใช้บริการชดเชยตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ไม่ถือเป็นการคืนเงิน และไม่สามารถแลกเปลี่ยน แปลงเป็นเงินสด หรือใช้เป็นเหตุเรียกร้องคืนเงินได้ เว้นแต่ผู้ให้บริการจะกำหนดเป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
13. การละเมิดเงื่อนไขการใช้บริการ การระงับ และการยกเลิกบริการ
13.1 หากผู้ใช้บริการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ นโยบายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายที่ใช้บังคับ หรือกระทำการใด ๆ ที่ผู้ให้บริการเห็นโดยสมเหตุสมผลว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ความรับผิด ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หรือผลกระทบต่อระบบ เครือข่าย ผู้ใช้บริการรายอื่น หรือผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการมีสิทธิใช้มาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างร่วมกันได้ตามความเหมาะสม
13.2 มาตรการตามข้อ 13.1 อาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(ก) การแจ้งเตือนให้แก้ไขหรือยุติการกระทำที่ฝ่าฝืน
(ข) การจำกัดสิทธิการใช้งานบางส่วนหรือทั้งหมด
(ค) การระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราว
(ง) การระงับการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้
(จ) การลบ ระงับ หรือปิดกั้นข้อมูล เนื้อหา เว็บไซต์ หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืน
(ฉ) การยกเลิกบริการหรือปิดบัญชีผู้ใช้โดยถาวร
(ช) การดำเนินการทางกฎหมาย การเรียกค่าเสียหาย หรือการใช้สิทธิอื่นใดตามกฎหมาย
13.3 ในกรณีที่ผู้ให้บริการใช้สิทธิระงับหรือยกเลิกบริการเนื่องจากการกระทำผิดของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิเรียกร้องคืนค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่ได้ชำระแล้ว ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงค่าบริการที่ชำระล่วงหน้า เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
13.4 ผู้ให้บริการอาจดำเนินการตามข้อนี้ได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบ ความปลอดภัย เครือข่าย ผู้ใช้บริการรายอื่น หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานของรัฐ
13.5 การใช้สิทธิตามข้อนี้ของผู้ให้บริการไม่ถือเป็นการสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าปรับ ค่าใช้จ่าย หรือสิทธิอื่นใดที่ผู้ให้บริการมีอยู่ตามกฎหมายหรือสัญญา
13.6 การพิจารณาใช้มาตรการตามข้อนี้จะกระทำโดยผู้ให้บริการตามข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่ปรากฏโดยสุจริต ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อสิทธิของคู่สัญญาตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
14. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
14.1 ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโดยผู้ให้บริการ ให้เป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ของผู้ให้บริการ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้
14.2 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการจัดเก็บ ประมวลผล หรือควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นผ่านบริการของผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการตกลงว่าตนเป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการได้รับความยินยอม การแจ้งวัตถุประสงค์ และการดำเนินการตามหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ตามที่กฎหมายกำหนด
14.3 ผู้ให้บริการทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และโดยปกติไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการ หรือรายละเอียดของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้บริการจัดเก็บหรือประมวลผลผ่านบริการ เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
14.4 ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดให้ผู้ให้บริการมีสถานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการตกลงว่าผู้ให้บริการมีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ การบำรุงรักษาระบบ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ และการปฏิบัติตามกฎหมาย
14.5 ผู้ใช้บริการรับรองว่าข้อมูล เนื้อหา โปรแกรม หรือข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่นำเข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้บริการมีสิทธิครอบครอง ใช้งาน เปิดเผย หรือประมวลผลโดยชอบด้วยกฎหมาย และจะไม่กระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือสิทธิของบุคคลอื่น
14.6 ผู้ให้บริการอาจเข้าถึง ใช้ เปิดเผย หรือส่งมอบข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในระบบเท่าที่จำเป็นเพื่อ
(ก) ปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ
(ข) ป้องกัน ระงับ หรือสืบสวนการฉ้อโกง การโจมตีทางไซเบอร์ การใช้งานที่ผิดกฎหมาย หรือเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
(ค) ตรวจสอบการละเมิดข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ
(ง) ปกป้องสิทธิ ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ หรือบุคคลอื่น
14.7 ในกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับกำหนดให้ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Addendum: DPA) หรือข้อตกลงอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้บริการตกลงที่จะเข้าทำข้อตกลงดังกล่าวกับผู้ให้บริการตามรูปแบบและเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ เมื่อมีการจัดทำ DPA หรือข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ และมีผลผูกพันคู่สัญญาเสมือนหนึ่งได้ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ทุกประการ
15. บทบัญญัติทั่วไป
15.1 การแยกส่วนของข้อกำหนด (Severability)
หากข้อกำหนดใดในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าข้อกำหนดดังกล่าวถูกตัดออกเฉพาะส่วนที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้เท่านั้น โดยไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ ความชอบด้วยกฎหมาย หรือการบังคับใช้ของข้อกำหนดส่วนที่เหลือ ซึ่งยังคงมีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ต่อไป
15.2 ข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement)
ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ รวมถึงนโยบาย ประกาศ ข้อกำหนดเฉพาะของบริการ ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ (Acceptable Use Policy) และเอกสารอื่นใดที่ผู้ให้บริการอ้างอิงหรือเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ให้ถือเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ และใช้แทนความตกลง การรับรอง การเจรจา หรือการสื่อสารใด ๆ ที่มีมาก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือด้วยวาจา
15.3 การไม่สละสิทธิ (No Waiver)
การที่ผู้ให้บริการไม่ใช้สิทธิ ใช้สิทธิล่าช้า หรือเลือกไม่บังคับใช้ข้อกำหนดใดในกรณีหนึ่งกรณีใด ไม่ถือเป็นการสละสิทธิ การผ่อนผัน หรือการยกเว้นการใช้สิทธิดังกล่าว และไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ให้บริการในการใช้สิทธินั้นหรือสิทธิอื่นใดในภายหลัง ทั้งนี้ การสละสิทธิใด ๆ จะมีผลต่อเมื่อผู้ให้บริการได้แสดงเจตนาเป็นลายลักษณ์อักษรโดยชัดแจ้งเท่านั้น และการสละสิทธิในกรณีหนึ่งไม่ถือเป็นการสละสิทธิในกรณีอื่นหรือกรณีเดียวกันที่เกิดขึ้นในอนาคต
15.3 การแก้ไขข้อกำหนด (Amendment)
ผู้ให้บริการสงวนสิทธิในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือยกเลิกข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ รวมถึงนโยบายหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทุกเมื่อ โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านเว็บไซต์ ระบบลูกค้า อีเมล หรือช่องทางอื่นตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร การที่ผู้ใช้บริการยังคงใช้บริการภายหลังวันที่ข้อกำหนดที่แก้ไขมีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน รับทราบ และตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับที่แก้ไขแล้ว
15.4 ภาษา (Language priority)
ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้อาจจัดทำขึ้นเป็นหลายภาษา ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือขัดแย้งกันระหว่างข้อความแต่ละภาษา ให้ยึดถือข้อความภาษาไทยเป็นหลัก เว้นแต่ผู้ให้บริการจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง
15.5 กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ รวมถึงสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ให้ตีความและบังคับใช้ตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทอันเกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการ การสมัครใช้บริการ การชำระค่าบริการ การระงับหรือยกเลิกบริการ หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ คู่สัญญาตกลงที่จะพยายามเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาทโดยสุจริตภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้แจ้งข้อพิพาทเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายทราบ หากไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว คู่สัญญามีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และตกลงให้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลไทยที่มีเขตอำนาจตามกฎหมาย
ช่องทางติดต่อ
หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัย คำถาม ข้อร้องเรียน หรือประสงค์จะติดต่อผู้ให้บริการเกี่ยวกับบริการหรือข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
ผู้ให้บริการ: บริษัท วีพี อินโฟเทค จำกัด (ดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ VisperHost.Net และ/หรือ VisperHost)
Line Official Account: @visperhost
อีเมล: [email protected]
เว็บไซต์: https://client.visperhost.net

English